การผ่าตัดผ่านกล้อง หรือการผ่าตัดแผลเล็ก

การผ่าตัดในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การผ่าตัดแนวใหม่ที่ทำให้ผู้ป่วยมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นั่นคือ "การผ่าตัดผ่านกล้อง หรือ การผ่าตัดแผลเล็ก" เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่เปิดแผลขนาดเล็กเพื่อสอดเครื่องมือและกล้องเข้าไปผ่าตัดในตำแหน่งที่ต้องการรักษาแทนการเปิดแผลขนาดใหญ่ ทำให้ลดปัญหาที่จะตามมาหลังการผ่าตัด อาทิเช่น การปวดแผลผ่าตัด ท้องอืด ทานอาหารได้ช้า เคลื่อนไหวหรือลุกเดินได้ลำบาก ปอดแฟบ แผลแยก ไปจนถึงปัญหาระยะยาวเช่น การเกิดผังผืดหรือลำไส้อุดตัน Minimal Invasive Surgery [ MIS ] is the new era of surgery for patients and surgeons. The benefits of the minimal invasive surgery are far beyond the traditional surgery.

5/30/2557

การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ แบบเปิดหรือผ่าตัดผ่านกล้อง ?!?

ภาพผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้องแบบแผลเดียว บริเวณสะดือ

Q : กรณีตรวจพบว่ามีเนื้องอกในลำไส้ เลือกผ่าตัดได้หรือไม่

การผ่าตัดรักษาเนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถทำได้ทั้ง แบบมาตราฐาน( แบบเปิดหน้าท้อง) หรือผ่าตัดผ่านกล้องโดยการศึกษาในปัจจุบัน*พบว่า
  • ไม่มีความแตกต่างในแง่ผลการรักษา หมายถึงในกรณีที่เป็นโรคร้ายประเภทมะเร็งก็รักษาได้เทียบเท่ากัน
  • มีความแตกต่างชัดเจนหากผ่าตัดลำไส้ผ่านกล้อง**ในแง่ต่างๆดังนี้
  1. แผลเล็ก จึงเจ็บน้อย
  2. เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยกว่า
  3. กลับไปทำงานตามปกติได้เร็ว
  4. การทำงานของปอดดีกว่า เนื่องจากพบปัญหาปอดแฟบหลังผ่าตัดน้อย
  5. ลำไส้ทำงานได้เร็ว ท้องไม่อืด ทานได้เร็ว
  6. ปัญหาจากแผลผ่าตัดน้อย ไม่ว่าจะเป็นแผลอักเสบ แผลแยก
  7. ปัญหาพังพืด หรือลำไส้อุดตันหลังผ่าตัดส่องกล้อง น้อยกว่ามาก
  8. ในแง่ความสวยงาม เนื่องจากแผลเล็กกว่ากันมาก
    เปรียบเทียบแผลผ่าตัดลำไส้แบบเปิด และ แบบผ่านกล้อง

Q : การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อรักษาโรคของลำไส้ใหญ่ ถือว่าได้มาตราฐานการรักษาหรือไม่ ??

การผ่าตัดลำไส้ผ่านกล้อง เริ่มมีการพัฒนามาเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา เดิมมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือทำให้ผ่าตัดบางบริเวณได้ยาก  แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือ ให้ทำงานได้ง่ายขึ้นมาก และ ที่สำคัญเริ่มมีรายงานพบว่าการผ่าตัดผ่านกล้องยังช่วยให้เห็นเส้นเลือด เส้นประสาท รวมถึงรอยโรคเล็กๆได้ดีกว่าตาเปล่า จึงทำให้ลดผลกระทบต่างๆจากการผ่าตัด เช่น การเสียเลือด การทำลายเส้นประสาทสำคัญๆน้อยกว่า เป็นต้น
การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ผ่านกล้องจึงกำลังกลายเป็นมาตราฐานในการรักษาแทนการผ่าตัดปกติ***ในที่สุด

Q : การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง ทำในโรคใดได้บ้าง

  • ติ่งเนื้อในลำไส้  Adenomatous polyps
  • ภาวะเลือดออกในลำไส้ใหญ่ Bleeding secondary to diverticulosis or arteriovenous malformation
  • การอักเสบของลำไส้ใหญ่ Diverticulitis
  • ลำไส้อุดตัน Obstruction
  • เนื้องอก หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ Colon tumors (benign or malignant )

  • ภาพจากกล้องส่องช่องท้องขณะผ่าตัดลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง

    ภาพการใช้กล้องผ่าตัดบริเวณที่มีเส้นประสาทและเส้นเลือดในช่องท้องส่วนล่าง
Q : ค่าใช้จ่ายใการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องอย่างไร

ค่าใช้จ่ายของการผ่าตัดทั้งสองแบบในต่างประเทศใกล้เคียงกัน แต่ในประเทศไทยค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดผ่านกล้องจะสูงกว่าเล็กน้อย เนื่องมาจากเครื่องมือผ่าตัดที่ใช้ แต่ค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล การใช้ยา รวมถึงลดการเกิดปัญหาอื่นหลังการผ่าตัดน้อยกว่าจึงช่วยให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ถูกลง




อ้างอิงจาก

* Nelson H. A comparison of laparoscopically assisted and open colectomy for colon cancer. N Engl J Med. May 13 2004;350(20):2050-9. 

** http://emedicine.medscape.com/article/1535029-overview

*** Pedraza R, Aminian A, Nieto J, Faraj C, Pickron TB, Haas EM. Single-incision laparoscopic colectomy for cancer: short-term outcomes and comparative analysis. Minim Invasive Surg. 2013;2013:283438.

5/22/2557

วิธีวินิจฉัย มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก Colon & Rectal Cancer : Diagnosis

การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ขั้นตอนมาตราฐาน 
ขั้นตอนเหล่านี้ทำโดยแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และบ่งชี้ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง รวมถึงขอบเขตการกระจายของมะเร็ง


  1. ประวัติและการตรวจร่างกายทั่วไป
  2. ตรวจทางทวารหนัก (PR) จะช่วยบอกลักษณะ ขนาด และการลามออกนอกผนังของมะเร็งในทวารหนักได้ดี
  3. การส่องกล้องตรวจทวารหนักและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย  ได้แก่ Anoscopy, Proctoscopy, Sigmoidoscopy  การตรวจด้วยกล้องต่าง ๆ เหล่านี้ ใช้ตรวจก้อนที่อยู่ลึกจากปากทวารเข้าไปและสามารถตัดชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา รวมถึงแยกโรคอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกับมะเร็ง  (แต่การตรวจกล้องเหล่านี้ไม่สามารถตรวจลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด) 
  4. การสวนแป้งเอ็กซเรย์ลำไส้ใหญ่  (Ba enema) ใช้ร่วมกับ การส่องกล้องในข้อ 3 เพื่อตรวจสภาพลำไส้ใหญ่ทั้งหมด  และเพื่อตรวจหาโรคอื่น ๆ ที่อาจมีอยู่ด้วย เป็นข้อมูลที่สำคัญเพื่อการผ่าตัด


  5. การส่องกล้องตรวจทวารหนักและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย และส่วนต้นทั้งหมด หรือ  Colonoscopy  วิธีนี้ใช้ตรวจหาก้อนมะเร็งและโรคอื่นๆตลอดลำไส้ใหญ่ได้   ( อาจใช้แทนการตรวจข้อ 3 และ ข้อ 4 )         การตรวจโดยกล้อง colonoscope ต้องมีการเตรียมลำไส้ให้สะอาด อาจต้องใช้ยาสลบหรือยาแก้ปวดช่วยขณะทำการส่องกล้อง
  6. การเอ็กซเรย์ปอดและตรวจเลือดดูการทำงานของตับ ( liver functions : LFT ) เป็นการหาการ กระจายของมะเร็งไปสู่ปอดและตับ 
  7. การตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) จำเป็นต้องทำก่อนผ่าตัดเสมอในรายที่เป็นมะเร็งของทวารหนัก ซึ่งการผ่าตัดอาจทำให้มีปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระในภายหลัง ในรายที่ก้อนมะเร็งอยู่สูงกว่าระดับ ทวารหนักอาจอนุโลมให้ไม่ต้องมีผลการตรวจชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัดได้

 การตรวจพิเศษ 
การตรวจเหล่านี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในด้านการกระจายของโรค มีประโยชน์ในการพิจารณาเพื่อให้การรักษาด้วยวิธีอื่นที่เสริมการผ่าตัด และเพื่อประโยชน์ในการติดตามผลการรักษา


  1. การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography) ของตับ : ช่วยบอกการกระจายของมะเร็งในเนื้อตับได้ดีกว่า การตรวจเลือดดูการทำงานของตับ
  2. การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านทางลำไส้ Endo-rectal ultrasonography ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตการลุกลามของก้อนมะเร็งออกนอกผนังของทวารหนักและการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง
  3. การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ( CT-scan )ให้ข้อมูลในด้านการลุกลามของโรคเข้าอวัยวะภายใน เช่น อวัยวะในอุ้งเชิงกราน ตับ ปอด ได้ดีกว่าการทำเอกซเรย์ธรรมดา
  4. การตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้  Carcino embryonic antigen (CEA) การตรวจหาค่า CEA ในเลือดมีประโยชน์ในการติดตามผลการรักษาในผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งผลิตสาร CEA   ถ้ามะเร็งไม่กระจายระดับของ CEA ควรลดลงหลังการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก  การตรวจหาสารมะเร็งชนิด CA 19-9 ให้ผลคล้ายกันแต่ไม่ไวเท่า CEA